ความจริงเข้ามาเงียบเชียบโดยคุณไม่ทันรู้ Krishnamurtiบริจาค | ข่าว | คำคมรายเดือน | รับe-newsฟรี
En
รับสมัครงาน


สมาธิเป็นสิ่งสุดพิเศษอย่างหนึ่ง หากว่าคุณไม่รู้จักสมาธิ คุณก็ไม่ต่างจากคนตาบอดที่อยู่บนโลกที่เต็มไปด้วยสีสัน เงามืด และแสงระยิบระยับ สมาธิไม่ใช่เรื่องของการขบคิด แต่เมื่อหัวใจก้าวเข้าสู่ภายในจิต จิตนั้นย่อมแตกต่างออกไปจากเดิม มันย่อมปราศจากกาลเวลา ไม่ใช่เพียงแค่ความสามารถในการคิด หรือกระทำอย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังหมายถึงสำนึกแห่งชีวิตในอาณาบริเวณอันไพศาล ซึ่งคุณเป็นส่วนหนึ่งของทุกๆ สรรพสิ่ง สมาธิคือกระแสแห่งรัก ไม่ใช่รักใครสักคนหรือใครหลายคน มันเป็นเหมือนน้ำซึ่งใครก็สามารถดื่มได้จากเหยือกโถทุกชนิด ทั้งที่ทำด้วยทองหรือทำจากดิน มันไม่มีวันเหือดแห้ง . . .
- J.Krishnamurti, Meditations (1969)

กลุ่มกฤษณมูรติ ประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท สังคมสุขภาพ จำกัด
ขอเชิญทุกท่านที่ สนใจครุ่นคิดเกี่ยวกับชีวิต
ร่วม "การเสวนาศึกษา" ประจำเดือนพฤษภาคม เพื่อสืบค้นหัวข้อ
“สมาธิคือการเห็นสิ่งที่เป็นอยู่ และพ้นไปจากสิ่งนั้น" ด้วยกัน


วัน: เสาร์ที่ 10 พฤษภาคม 2557
เวลา: 13.00–16.30 น.
สถานที่: เลมอนฟาร์ม แจ้งวัฒนะ


*การเสวนาอาจมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
*ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น


» *สำรองที่นั่ง หรือ สอบถามเพิ่มเติม* :
ที่ คุณปรีดิ์ โทร. 089 487 9487 อีเมล thai.krishnamurti@gmail.com
หรือ คุณครรชิต โทร. 081 531 2114 อีเมล kc07ck@yahoo.com

กำหนดการกิจกรรม
ดำเนินรายการ โดย ผู้ศึกษาผลงานของกฤษณมูรติ
12.30-13.00น. : ลงทะเบียน
13.00-13.30น. : Mini Talk ก่อนชมวีดีทัศน์
13.30-14.15น. : ชมดีวีดีเรื่อง  "สมาธิคือการเห็นสิ่งที่เป็นอยู่ และพ้นไปจากสิ่งนั้น”
              "What is meditation?" (San Diego Talk Series: Talk 4)
14.15-14.30น. : พักผ่อนตามอัธยาศัย
14.30-16.30น. : กิจกรรมเสวนาศึกษา

". . . ผู้คนทั้งหลายที่พยายามสอนให้ทำสมาธิ พวกเขากล่าวว่าให้คุณควบคุมจิตใจคุณ จิตจะต้องเงียบลงอย่างถึงที่สุด แล้วคุณก็พยายามควบคุมมัน ดังนั้นจึงสู้รบกับมันไม่สิ้นสุด ต้องใช้เวลาถึง 40 ปี เพื่อควบคุมมัน ซึ่งเป็นเรื่องโง่เง่าโดยแท้ . . .
เมื่อคุณใส่ใจอยู่ แล้วจิตใจคุณโลดแล่นออกไป นั่นบ่งบอกว่ามันไม่ได้ใส่ใจ ก็ปล่อยให้มันแล่นออกไป และรู้ว่ามันไม่ใส่ใจ ความรู้ตัวต่อความไม่ใส่ใจนั่นเองคือความใส่ใจ อย่าได้สู้รบกับความไม่ใส่ใจ อย่าได้พยายาม อย่าบอกว่า "ฉันจะต้องใส่ใจ" ทำอย่างนั้นก็เหมือนกับเด็กไม่ประสา แค่ให้รู้ว่าคุณไม่ได้ใส่ใจอยู่ ให้รู้ตัวโดยไม่เลือกใดๆ รู้ว่าคุณไม่ใส่ใจ แล้วมันมีอะไรเกิดขึ้น ในขณะที่ไม่มีความใส่ใจนั้น มีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้น ให้รู้ตัวต่อการเคลื่อนไหวนั้น
ความเงียบแห่งจิต เป็นความงดงามในตัวของมันเอง การฟังเสียงนกร้อง ฟังเสียงมนุษย์มนา ฟังนักการเมือง ฟังพระสงฆ์องค์เจ้า ฟังเสียงโฆษณาชวนเชื่อทั้งหมดที่กำลังดำเนินอยู่ ฟังอย่างเงียบเชียบบริบูรณ์จริงๆ แล้วคุณจะได้ยินมากกว่า มองเห็นมากมายยิ่งกว่า"

". . . all the people who try to teach meditation, they say, control your mind, you mind must be absolutely quiet. And you try to control it, and so everlastingly battle with it and spend forty years controlling it, which is completely silly, . . .
So when you are attentive and your mind wanders off, which indicates it is inattentive, let it wander off and know that it is inattentive, and the very awareness of that inattention is attention. Don't battle with inattention, don't try and say, 'I must be attentive' - it's childish. Know that you are inattentive, be aware, choicelessly, that you are inattentive. What of it? But the moment in that inattention there is action, be aware of that action.
Silence of the mind is the beauty in itself. To listen to the bird, to the voice of a human being, to the politician, to the priest, to all the noise of propaganda that goes on, to listen completely silently. And then you will hear much more, you will see much more."

-J.Krishnamurti, San Diego State College, California, 9 April 1970


การเสวนา (Dialogue) คืออะไร?

ในการพิจารณาว่า Dialogue คืออะไร เราจำเป็นต้องระลึกหรือตระหนักอยู่ในใจว่า Dialogue ไม่ใช่หนทางไปสู่จุดหมายปลายทาง ไม่ใช่การพยายามที่จะไปให้ถึงข้อสรุปใดๆ แต่เป็นการค้นคว้า สืบค้น โดยไม่กำหนดเป้าหมายปลายทางไว้ก่อน จึงต้องเปิดใจกว้าง ยืดหยุ่นไม่แข็งตัว และเต็มใจที่จะสืบค้นในสิ่งที่ไม่รู้ การเคลื่อนไปโดย “ความไม่รู้” มีพลังของมันเอง และจำเป็นสำหรับกระบวนการ “คิดร่วมกัน”

เมื่อ K พูดว่า “คำพูดไม่ใช่สิ่งที่พูดถึง” ดูเหมือนเขาจะหมายถึงปรากฏการณ์ที่ คำพูด เข้ามาแทนที่ การรับรู้ การมองตามความเป็นจริง เราไม่สามารถเห็นความเป็นจริง เพราะถ้อยคำ (ความคิด, อดีต) เข้ามาขวางกั้น แต่ทว่า ที่ตรงนี้และขณะนี้แหละที่เป็นไปได้ที่จะเห็นจิตใจ (ความคิด+ความรู้สึก) ที่ไหลเรื่อยอยู่ได้ทันที แล้วสามารถสืบค้นไปที่แหล่งเกิดของมัน แล้วอยู่กับ “สิ่งที่เป็นอยู่จริง”

จุดสำคัญบางประการ
Dialogue เริ่มจากความเต็มใจที่จะรีรอ ไม่ด่วนสรุปเกี่ยวกับสิ่งที่เรารู้แล้ว เพราะความสำคัญอยู่ที่ “สิ่งที่เป็นอยู่จริง” ความเป็นจริง ไม่ใช่แนวคิด หรือ ความคิดเห็น

เรามีส่วนร่วมโดยแบ่งปันสิ่งที่เราเห็น เข้าใจ โดยคำพูด หรือจะเพียงฟังเงียบๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วมอยู่ใน Dialogue การเปิดปล่อยให้ประเด็นปัญหาเผยคลี่ออกมาท่ามกลางความเอื้ออาทร ความเคารพซึ่งกันและกัน เมื่อปฏิกิริยาเกิดขึ้น ก็ไม่ทั้งกดข่มและไม่ปกป้องตน แต่แขวนปฏิกิริยานั้นเอาไว้ในทั้งในใจและในกลุ่ม ให้มันแขวนลอยอยู่เพื่อการสังเกตและสืบค้นต่อไป

Dialogue เป็นการอยู่ร่วมกันดู เห็นด้วยกัน ในสิ่งที่ค่อยๆ เปิดเผยออกมา บ่อยครั้งที่เราไม่สามารถนิ่งอยู่ และสังเกตความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้นในจิตใจ – สังเกตปฏิกิริยาของความกลัว ความหงุดหงิดรำคาญใจ ความเบื่อ ใจลอย อยากไปให้ถึงจุดหมายบางอย่าง บางครั้งเราถึงกับโกรธ และบ่อยครั้งที่เราพยายามเคลื่อนการสนทนาให้ไปในขอบเขตที่เรารู้สึกว่ามีความหมายต่อตัวเราเอง

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากผู้เข้าร่วมใส่ใจต่อการเคลื่อนไหวของกระบวนความคิด ทั้งภายในตนเองและในผู้อื่น Dialogue ก็อาจจะเคลื่อนไปได้เองอย่างลึกล้ำ ผ่านปฏิบัติการของการสังเกตว่าอะไรเกิดขึ้น โดยไม่พยายามจะเคลื่อนไปในทางใดอีก เมื่อเป็นเช่นนี้ไม่ว่าจะพิจารณาเรื่องใด ประเด็นปัญหาใด ก็จะเป็นประโยชน์ ในการสำรวจตรวจสอบธรรมชาติของความเป็นมนุษย์

กฤษณมูรติ ว่าด้วย Dialogue:

"เรากำลังเสวนา (Dialogue) กัน ซึ่งหมายถึงการสนทนากันระหว่างบุคคล ผู้ที่ใส่ใจต่อปัญหาของมนุษย์ และต้องการจะพิจารณาเข้าสู่ปัญหาอย่างลึกซึ้งจริงๆ พิจารณาด้วยความรักความอาทร โดยไม่ยัดเยียดหรือโต้เถียงกัน

การเสวนาแบบวิภาษวิธี (Dialectical Method) เป็นการแสวงหาความจริงผ่านความคิดเห็น แต่เราไม่ได้สืบค้นแบบนั้น ทว่าเสมือนเพื่อนสองคน สนทนาด้วยกันถึงปัญหามนุษย์ ด้วยหวังที่จะค้นพบความเป็นจริงของปัญหา และมองเห็นทางออก ผมเกรงว่าจะเข้าใจผิดกันมากมาย ว่าเรากำลังพยายามหาวิธีการเข้าถึงสัจจะ ซึ่งหมายถึงการฝึกหัดในวิธีการที่จะช่วยให้เราเข้าถึงสัจจะ ความจริง เราปฏิเสธว่าไม่มีหรอกวิธีการเช่นว่า สัจจะเป็นดินแดนอันไร้หนทาง คุณไม่สามารถจะวางเส้นทาง ทิศทาง หนทางเข้าหาสัจจะ แล้วฝึกปฏิบัติไปตามหนทางนั้น ฝึกฝนตนเองตามระเบียบวินัย ข้อบัญญัติ เรียนรู้เทคนิคเพื่อให้เข้าถึง ทำเช่นนั้นไม่ได้"
-จ. กฤษณมูรติ, To be Human, หน้า19

"การเสวนาสำคัญมาก เป็นการสื่อสารลักษณะหนึ่ง ซึ่งการถามและการตอบเป็นไปติดต่อกัน จนกระทั่งเหลือแต่คำถามที่ไร้คำตอบ ด้วยเหตุนั้นคำถามดังกล่าวจึงแขวนลอยอยู่ในใจของผู้ร่วมสนทนาทั้งสอง ดั่งตาไม้ซึ่งมิได้ถูกสัมผัส จึงผลิบาน หากความคิดมิได้แตะต้องคำถามที่แขวนลอยอยู่นั้นเลย มันก็จะมีคำตอบของมันเอง เพราะทั้งผู้ถามและผู้ตอบอันตรธานหายไป นี่เป็นแบบหนึ่งของการเสวนา ซึ่งการสืบค้นมีความเข้มข้นและความลุ่มลึกถึงจุดหนึ่ง ซึ่งมีคุณลักษณะที่ความคิดไม่อาจเข้าถึงได้ การเสวนาไม่ใช่การสืบค้นด้วยเหตุผล ไปในความคิดเห็นและแนวคิดค่างๆ แต่เป็นการเดินทางค้นหาอย่างจริงจังของสมองของคนสองคนหรือหลายๆ คน"
- พูดที่วสันตวิหาร เมืองเชนนาย ประเทศอินเดีย, 26 มกราคม 2527
มูลนิธิอันวีกษณา (ประเทศไทย)
ตู้ ป.ณ. 5 ไปรษณีย์ทุ่งลุง
ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90230
โทรศัพท์ 081 328 7132, 081 822 2110, 081 896 9635
โทรสาร 074 257 374, 074 257 362
อีเมล questfoundation@gmail.com

 สารบัญ จุดมุ่งหมาย ปลีกวิเวก กิจกรรม ร้านหนังสือ ผู้เข้าเยี่ยมชม บันทึกรายงาน กฤษณมูรติ เครือข่ายงาน K คำคม เว๊บอื่น ๆ ท่านช่วยเราได้ ติดต่อเรา

ติดตามเราที่: